TH EN
บทความ

ทำไมเทคโนโลยีพลิกโลกถึงเหมาะกับบ้านของคุณ!!

บทความโดย : ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
 

     อย่างที่รู้กันว่า “พลังงานแสงอาทิตย์” นี่แหละ เป็นพลังงานจากธรรมชาติที่เปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้จริง ขณะเดียวกันในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ต่างเล็งเห็นความสำคัญในการค้นหาแหล่งพลังงานใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ใช้แล้วไม่หมดไป และเป็นพลังงานสะอาด ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนั่นก็คือ พลังงานแสงอาทิตย์ ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าหลายประเทศทั่วโลกใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหลัก ทั้งใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าหรือใช้ภายในครัวเรือนกันมากขึ้น  

     สำหรับในประเทศไทยแล้ว พลังงานแสงอาทิตย์กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพื่อนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าในปัจจุบันและอนาคต ที่สำคัญประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตร แน่นอนว่า แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตอย่างมากถึงมากที่สุด โดยข้อดีของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์คือไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงในการผลิตและยังเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมอีกด้วย แต่ก็ยังมีข้อเสียนั่นก็คือแบตเตอรี่ที่จะใช้เก็บไฟฟ้าเพื่อนำไว้ใช้ในเวลากลางคืนมีราคาแพง ทำให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังใช้ได้แค่ช่วงเวลากลางวันเท่านั้น แต่ในอนาคตหากแบตเตอรี่ราคาถูกลง เชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมาก (คล้ายกับราคาแผงโซลาร์ที่เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนราคาสูงมาก แต่ในปัจจุบันราคาถูกลงจนทำให้คนเริ่มหันมาติดตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ)


 

    ปัจจุบันแต่ละครัวเรือนเริ่มมีการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ใช้เองในบ้านด้วยการติดแผงโซลาร์เซลล์ เพราะนอกจากจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายให้กับรัฐบาลน้อยลงด้วย และหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่สามารถผลิตได้เองแทน ดังนั้น การลงทุนซื้อแผงโซลาร์เซลล์แม้จะมีต้นทุนแต่ก็เป็นต้นทุนเพียงครั้งเดียวที่สามารถใช้ได้ยาวนานพอกับการผ่อนบ้านทั้งหลัง เพราะสามารถใช้งานได้ถึง 25 ปี ซึ่งปัจจุบันแผงโซลาร์ราคาค่อนข้างลดลงมาก แต่มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น เพราะฉะนั้น “โซลาร์” ไม่ใช่เพียงแค่แฟชั่น แต่เป็นเทรนด์ระยะยาว อย่างแน่นอน เพราะโซลาร์เซลล์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เรียกว่า Disruptive หรือ เทคโนโลยีพลิกโลก Disruptive หรือ เทคโนโลยีพลิกโลกนั้น เป็นผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ที่มีราคาถูก เข้าถึงง่าย ที่สำคัญต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม นี่คือหลักง่ายๆของการเป็น Disruptive

ทำไมบ้านโซลาร์ถึงเหมาะกับการลงทุน?

  1. แผงโซลาร์ติดตั้งง่าย เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์จะเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงและเครื่องแปลงไฟจะแปลงไฟฟ้ากระแสตรงไปเป็นไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับใช้งานภายในบ้าน และตู้ควบคุมไฟฟ้าก็จะทำหน้าที่จ่ายไฟไปใช้ภายในบ้าน
  2. ต้นทุนแสงอาทิตย์ฟรี! ข้อดีคือประเทศไทยอยู่พื้นที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรซึ่งได้รับแสงอาทิตย์ยาวนานตลอดทั้งปี ทำให้ได้ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์สูง ดังนั้น จึงทำให้ประเทศไทยเหมาะสมและคุ้มค่ามากกับการลงทุนติดแผงโซลาร์ และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าทำไมการติดแผงโซลาร์ถึงเหมาะกับการใช้ภายในบ้าน
  3. ไม่มีมลภาวะภายในบ้าน เพราะแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดที่ได้จากธรรมชาติ จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการสร้างคาร์บอนออกไซด์สู่อากาศและปรากฏการณ์เรือนกระจกที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน
  4. ช่วยให้บ้านเย็น ด้วยคุณสมบัติของแผงโซลาร์ช่วยลดความร้อนบนหลังคาได้ จึงสามารถช่วยให้บ้านเย็นลงได้ด้วย

ปัจจุบัน เสนาโซลาร์ เป็นธุรกิจในเครือของเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งถ้าเปรียบในแง่ของการเป็นผู้ติดตั้งแผงโซลาร์ ธุรกิจนี้เรียกได้ว่ามีความท้าทายเพิ่มขึ้นทุกปี และนวัตกรรมของแผงโซลาร์ในอนาคตยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ รูปแบบของแผงโซลาร์ที่มีความทันสมัยมากขึ้นรวมไปถึงราคาที่มีแนวโน้มลดลงสวนทางกับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าในอนาคตธุรกิจโซลาร์จะมีการเติบโตมากขึ้นอย่างแน่นอน

     เพื่อเป็นการสอดรับกลยุทธ์การดำเนินงานของทาง SENA ซึ่งเป็นผู้นำด้าน Solar อย่างครบวงจร ที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมพร้อมทั้งให้บริการดูแลหลังการขาย รวมถึงเรายังมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าและบริการของเราให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ภายใต้ธีม "Eco Innovation" ซึ่งหมายถึง ลบ 2 บวก 1 เพราะ Eco คือการประหยัดพลังงาน และประหยัดเวลาInnovation คือการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อลูกค้า ซึ่งมีที่เสนาทำไปบ้างแล้ว คือการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางและเป็นพลังงานสะอาด การทำแอพพลิเคชั่น SENA 360 SERVICE ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการหลังการขายของบริษัทได้โดยง่าย

    แต่อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังมีแผนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างสูงสุด พร้อมทั้งช่วยประหยัดพลังงาน และประหยัดเวลา รวมทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นใหม่นี้ ให้มีบริการที่ดีและครบวงจรมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกของยุคดิจิทัล