TH EN
บทความ

เทรนด์การอยู่อาศัยยุค 4.0

บทความโดย : ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

 

    เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนา “อสังหาฯ 4.0 เปิดยุคโซลาร์พารวย” ที่จัดขึ้น ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ โดยจุดโฟกัสหลักในงานนี้คือการพูดเรื่องเทรนด์การอยู่อาศัยของผู้คนในอนาคตข้างหน้า ซึ่งมีปัจจัยจากเทคโนโลยี Disruptive เข้ามากำหนดรูปแบบการอยู่อาศัยในอนาคตให้เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน โดยบทความในวันนี้จะขอนำเอาสาระสำคัญหลักที่ได้ไปพูดในงานมาแบ่งปันให้กับคุณผู้อ่านในสัปดาห์นี้กันค่ะ


    เทคโนโลยีต่างๆที่จะเข้าสู่ตลาดในอนาคตจะทำให้พฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป โดยเทรนด์การอยู่อาศัยในอนาคตจะมีอยู่ 3 อย่างด้วยกันค่ะ เทรนด์แรกเลยคือ บ้านในอนาคตนั้นจะมีลักษณะเป็น Digital Home หรือ Smart Home มากขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่บ้านในอนาคตมีลักษณะเป็นบ้านดิจิตอลหรือบ้านอัจฉริยะมากขึ้นนั้นก็เนื่องจากเทรนด์เรื่อง Digital Transformation ที่เข้ามาทำให้อุปกรณ์ต่างๆ มีการเชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารไร้สายและเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมากขึ้น อีกทั้ง Internet of Things หรือ IoTจะทำให้เครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายการสื่อสารและคุยกันเองได้มากขึ้น เราสามารถกำหนดความต้องการในการอยู่อาศัยผ่านการกำหนดค่าต่างๆได้ตามใจชอบ อีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆก็มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในบ้านที่แปรเปลี่ยนไปจากระบบ censor ต่างๆและการควบคุมด้วย AI ที่ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเรียนรู้พฤติกรรมผู้อยู่อาศัยได้ด้วย


    ฉะนั้นแล้วเราจึงสามารถสรุปได้ว่าบ้านในอนาคตที่จะมีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการ โดยประการแรกคือบ้านในอนาคตจะมีความสะดวกสบายต่างๆ มากขึ้น ประการที่ 2 บ้านในอนาคตจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น และประการสุดท้าย บ้านในอนาคตจะช่วยให้เราประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้านจะมีระบบประมวลผลข้อมูลแบบ Real-Time และสามารถคุยกับเราได้แม้เราอยู่นอกบ้าน หากเกิดกรณีที่เด็กในบ้านอยู่ในจุดที่เสี่ยงก็จะมีการเตือนโดยอัตโนมัติให้เราทราบ ขณะเดียวกันระบบ censor ต่างๆ ก็จะช่วยปรับการใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เราประหยัดค่าไฟได้ด้วย


    เทรนด์ที่ 2 ของการอยู่อาศัยในอนาคตคือเรื่องของ Home Sharing ค่ะ ไม่เพียงแต่เครื่องใช้ในบ้านที่เทคโนโลยีดิจิตอลจะเข้ามาช่วยจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดเท่านั้น แต่เครือข่ายสังคมออนไลน์และ app ต่างๆ เช่น Airbnb ยังช่วยให้เราบริหารพื้นที่ว่างในบ้านได้มีประสิทธิภาพด้วย ในอนาคตคนมีแนวโน้มที่จะหาประโยชน์จากพื้นที่ว่างในบ้านผ่านการแบ่งปันพื้นที่ผ่าน app อย่าง Airbnb ซึ่งช่วย match ตัวพื้นที่ปล่อยเช่าและผู้เช่าที่มีความต้องการตรงกันได้ ต่างจากเมื่อก่อนที่เมื่อคนไม่อยู่บ้านหรือห้องพัก การใช้ประโยชน์ต่างๆ ไม่เกิดขึ้นเลย


    เทรนด์ข้อสุดท้ายของการอยู่อาศัยในอนาคตคือ ผู้คนจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานมากขึ้น บ้านในอนาคตจะมีตัวเลือกมากมายในการประหยัดพลังงานไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, การติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อผลิตไฟฟ้าเองจากแสงอาทิตย์ รวมทั้งการออกแบบ “บ้านเย็น” ที่จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านลงและช่วยให้เราประหยัดค่าไฟทางอ้อมจากการใช้แอร์ที่ลดลงด้วยอีกทางหนึ่ง


    โดยสรุปแล้ว เทรนด์การอยู่อาศัยในอนาคตนั้นจะมุ่งไปที่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นซึ่งมีทั้งความสะดวกสบายที่มากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มีความมั่นคงปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรต่างๆ ภายในบ้านเกิดประโยชน์สูงสุดด้วยค่ะ